มร.จิอากิ คาโต ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด เปิดเผยถึงกระแสการกลับมาของรถสปอร์ตของเมืองไทยในครั้งนี้ว่า “การวางจำหน่าย All new Honda CBR150R FI ในครั้งนี้ คืออีกหนึ่งความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ของฮอนด้า โดยการรุกตลาดรถสปอร์ตหัวฉีดนี้ทำให้กลยุทธ์และเจตนารมณ์ในการเปลี่ยนแปลงยุคแห่งการขับขี่ สู่ระบบจ่ายน้ำมันแบบหัวฉีด PGM-FI ของฮอนด้าประสบความสำเร็จอย่างสมบูรณ์แบบ โดยฮอนด้าสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ทั้งตลาด ไม่ว่าจะเป็นในตลาดประเภทรถ เอ.ที, รถครอบครัว และล่าสุดวันนี้กับตลาดรถสปอร์ต ซึ่ง Honda CBR150R FI ถือเป็นความท้าทายครั้งสำคัญที่ฮอนด้าจะปลุกกระแสตลาดรถสปอร์ตของเมืองไทยให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยฮอนด้า ซีบีอาร์ 150 อาร์ FI ได้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตลาดรถจักรยานยนต์ประเทศไทยโดยเฉพาะ การพัฒนาได้คำนึงถึงความต้องการของลูกค้าชาวไทยเป็นอันดับหนึ่ง ทั้งการพัฒนาติดตั้งขุมพลังเครื่องยนต์ใหม่ ตลอดจนเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ใหม่ให้เป็น Image รถบิ๊กไบค์ระดับโลกรอบคัน เรามีความตั้งใจว่า ลูกค้าจะรู้สึกได้ถึงความยินดีในรูปแบบสปอร์ตมากยิ่งขึ้น และมั่นใจว่าการปรากฏโฉมของ All New Honda CBR150R FI นี้จะสร้างความพึงพอใจอย่างล้ำลึกให้กับลูกค้าที่รอคอยมาอย่างยาวนานได้แน่นอน”
สำหรับความแรงเร้าใจของ Honda CBR150R FI รถจักรยานยนต์ซีตี้สปอร์ตหัวฉีดตัวแรกของเมืองไทยคันนี้ ได้อินไซต์ของคนที่มีใจรักความแรง และความท้าทายเป็นพื้นฐาน อย่างนักแข่งรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก “ฟีม รัฐภาคย์ วิไลโรจน์” หนุ่มนักบิดหนึ่งเดียวของชาวไทย สายเลือดนักแข่งสายพันธุ์แท้ มาร่วมถ่ายทอดสไตล์ความร้อนแรงในการขับขี่รถสปอร์ตหัวฉีด ที่เต็มเปี่ยมด้วยสมรรถนะความแรง และความคล่องตัว โดยฮอนด้าเชื่อว่าภาพลักษณ์ด้านความท้าทายของ “ฟีม” ที่มีต่อเวทีระดับโลกจะช่วยส่งเสริมความเป็นมอเตอร์สปอร์ตของ Honda CBR150R FI ให้โดดเด่นมากขึ้น ภายใต้แนวคิดทางการสื่อสารการตลาดของรถสปอร์ตร้อนแรง “True Blood of Sport Spirit สปอร์ตเร้าใจ...สายพันธุ์แท้” Honda CBR150R FI นอกจากเป็นรถสปอร์ตหัวฉีด PGM-FI ในระดับ 150 ซีซี ตัวแรกของประเทศไทยแล้ว ยังมาพร้อมมาตรฐานเครื่องยนต์ DOHC 4 วาล์ว 6 เกียร์ ระบายความร้อนด้วยน้ำพร้อมพัดลมไฟฟ้าอัตโนมัติ ปฏิวัติรูปโฉมใหม่ทั้งหมด กับรูปทรงเท่สไตล์สปอร์ตที่มาพร้อมมาดเข้มดุดันมากขึ้นกับ Sporty Full Cowling เท่ทรงพลังตั้งแต่หน้ากากจรดไฟหน้า กับถังน้ำมันขนาดใหญ่ ที่จุน้ำมันได้มากขึ้นถึง 13 ลิตร, ครั้งแรกกับนาฬิกาดิจิตอลบนหน้าปัดเรือนไมล์สุดหรู ที่แสดงผลบนจอ LCD พร้อมระบบ ODO Meter วัดระยะการเดินทาง และอุปกรณ์มาตรฐานเดียวกับรถสปอร์ตชั้นสูงระดับโลกรอบคัน พร้อมเผยโฉมความร้อนแรงแบบสปอร์ตตัวจริงด้วยกันถึง 3 สี หลากสไตล์ ได้แก่ Sporty R.W.B (แดง-ขาว-น้ำเงิน) มาดสปอร์ตเท่ให้อารมณ์สายพันธุ์นักแข่ง, X-Treme RED (แดง) สปอร์ตจัดจ้าน ร้อนแรง และ Night Black (ดำ) สปอร์ตมาดเข้ม ดุดันทุกการเคลื่อนไหว
ที่มา www.motorbike.in.th
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น