Advertisment

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวรถยนต์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวรถยนต์ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

Audi A8 อัพเกรดความแรง 442 แรงม้า เวอร์ชั่นหล่อโหด


Audi A8 แม้จะไม่ฮิตติดตลาดเหมือน 2 คู่แข่งอย่าง เบนซ์ เอส-คลาส และ บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 แต่ถ้าวัดกันเรื่องสมรรถนะหรือความแรง ออดี้ A8 ก็ไม่น้อยหน้าใครเท่าไร และยังแรงระดับรถสปอร์ตยังหนาวๆ ร้อนๆ เมื่อได้รับการโมดิฟายเพิ่มเติมเหมือนคันนี้ Audi A8 Venom Edition ผลงานจาก Anderson Germany เริ่มต้นด้วยการสะกดสายตาจากสีภายนอกแบบดำด้าน ผสมผสานกับดำเงาในบางจุด เสริมด้วยชุดแต่งโหดแบบเรียบๆ รับกับล้อแม็ก 22 นิ้วและยางกว้าง 265 มิลลิเมตร โหลดด้วยชุดช่วงล่างแบบ สปอร์ต ส่วนภายในตกแต่งด้วยคาร์บอนไฟเบอร์ตามสูตร เสียดายที่ไม่มีรูปให้ชม เครื่องยนต์เดิมๆ V8 ความจุ 4,200 ซีซี 350 แรงม้า ถูกรีดความแรงด้วยการปรับปรุง ซอฟต์แวร์ เปลี่ยนเครื่องแปรสภาพไอเสียแบบ Racing และเปลี่ยนไส้กรองอากาศแบบสปอร์ต แจ้งว่าให้กำลังสูงสุดเพิ่มขึ้นเป็น 442 แรงม้า แรงเพิ่มขึ้นมากขนาดนี้ น่าจะทำอย่างอื่นเพิ่มเติมอีกพอสมควร แม้ไม่ติดอันดับแต่ความแรงของเครื่องก็ไม่แพ้รถสปอร์ต แล้วยังสามารถสะกดสายตาจากคนมองได้อย่างดีด้วย สีแบบดำด้างและความดำเงา พร้อมความแรงที่อัพเกรดขึ้น
ที่มา www.thaicarnews.com

Hyundai เปิดตัว Hyundai Sonata สไตล์ 4 ประตู คูเป้ ออกทำตลาด


Hyundai Sonata ในสไตล์ 4 ประตู คูเป้ เจ้าของฉายา Call Me Coupe ออกทำตลาดด้วยกันถึง 2 รุ่น คือ รุ่น 2.0S และรุ่น 2.0G นำเข้าทั้งคันจากประเทศเกาหลี ในราคาเพียง 1,550,000 บาท และ 1,870,000 บาท ตามลำดับ เหนือกว่าด้วยความทันสมัยของเทคโนโลยีและ ดีไซน์สปอร์ต แห่งอนาคต เปี่ยมบุคลิก ภายใต้แนวคิด Fluidic Sculpture Design ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ ฮุนได โดดเด่นด้วยเส้นสายที่โฉบเฉี่ยวและซับซ้อน ซึ่งมีอุปกรณ์มาตรฐานต่างๆ ที่เน้นคาแร็คเตอร์ เครื่องยนต์ ขนาด 2 ลิตร 165 แรงม้า ที่มาพร้อมที่พร้อมระบบวาล์วแปรผันคู่ (D-CVVT) และ ระบบปรับระยะทางเดินไอดี (VIS) เพิ่มประสิทธิภาพให้ทุกช่วงความเร็ว เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด แบบ gate type พร้อม Paddle Shifts เปลี่ยนเกียร์ได้ทุกระดับความเร็วที่พวงมาลัย ความสวยหรูที่มาพร้อมความทันสมัยของเทคโนโลยีในไตล์คูเป้ และเส้นสายที่ให้ความโฉบเฉี่ยว ที่โดดเด่น ในอีกมุมมอง
ที่มา www.thaicarnews.com

CHEVROLET Colorado กระบะจากประสบการณ์ 100 ปี


CHEVROLET Colorado รูปลักษณ์ภายนอกใหม่หมดตั้งแต่หน้าจรดท้าย ตัวถังขนาดใหญ่ขึ้นจากรุ่นเดิมในทุกมิติโดดเด่นด้วยกระจังหน้าสองชั้น Dual Port ล้อมกรอบโครเมี่ยมคาดด้วยโลโก้โบว์ไทสีทอง ฝากระโปรงหน้าขนาดใหญ่เน้นสันขอบที่ยกสูงขึ้นเพิ่มความบึกบึนชัดเจนไฟหน้าแบบโปรเจ็คเตอร์ ด้านล่างกันชนติดตั้ิงแผ่นกันกระแทกเสริมความแข็งแกร่งป้องกันการกระแทกอ่างน้ำมันเครื่องในเส้นทางสมบุกสมบัน โครงสร้างแชสซีส์ใหม่ทนแรงบิดตัวได้ดี มีคานขวางเสริมแรงถึง 8 จุด ในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ และ 7 จุด สำหรับรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ กลางสวิทช์ควบคุมหมุนเปลี่ยนจากระบบขับเคลื่อนสองล้อเป็นสี่ล้อ 4 WD Hi/4 WD Lo ควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า เบาะคู่หน้าปรับสูงต่ำได้ ะบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบดิจิตอล ระบบ Cruise Control พวงมาลัยทรง 3 ก้านเป็นแบบ Multifunction เครื่องเสียงขนาด 2 DIN เชื่อมต่อด้วยระบบไร้สาย Bluetooth, MP 3/USB และ AUX-in
ที่มา www.thaicarnews.com

VOLKSWAGEN Caravelle ABT T5 Sport Shuttle แต่งหล่อ เสริมแรง เพิ่มความปราดเปรียว


จากการถูกสร้่างมาเพื่อตอบรับการใช้งานอันหลากหลาย VOLKSWAGEN Caravelle ตลอดมาและเนื่องจากโครงสร้างทางวิศวกรรมของตัวรถที่ถูกออกแบบไว้อย่างดีการจะโมดิฟายเพิ่ม สมรรถนะ โดยผู้เชี่ยวชาญระดับโลกอย่าง ABT ด้วยชุดบอดี้พาร์ทรอบคันปรับเปลี่ยนกระจังหน้าเพิ่มความดุพร้อมสปอยเลอร์หน้า ไซด์สเกิร์ต ชุดสเกิร์ตหลังพร้อมท่อไอเสียคู่ปลายออก 2 ฝั่งซ้าย-ขวาพร้อมด้วย Rear Wing เหนือกระจกหลังสไตล์รถแข่ง เสริมความหรูด้วยชุดล้ออัลลอย 19 นิ้วสปอร์ตเติมพิกัด ชุดไปหน้า AET LBT Daytime Running Lights (DRL) ติดทันทีที่สตาร์ทเครื่องยนต์ ช่วยเพิ่ม ทัศนวิสัย เท่ากับเพิ่มความปลอดภัย ช่วงล่าง ABT ShockAbsorbers System ช็อคอับตระกูล Comfort Line ให้ความนุ่มนวลสบายทุกการเดินทาง สำหรับ เครื่องยนต์ Caravelle ถูกเพิ่มสมรรถนะด้วย ABT Power Upgrade ECU Chip Tuning เพิ่มแรงม้าและแรงบิดทั้ง 2 รุ่น คือ Caravelle T5 2.5 TDI จากเดิม 174 แรงม้า และมีแรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร กลายเป็น 195 แรงม้า และ 450 นิวตัน-เมตร ส่วนรุ่นเครื่องยนต์ 2.0 BI TDI จากเดิม 180 แรงม้า กับแรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร เพิ่มเป็น 200 แรงม้าและ 420 นิวตัน-เมตร
ที่มา www.thaicarnews.com

PEUGEOT 4008 ญี่ปุ่นแปลงกายใส่แบรนด์ฝรั่งเศส


ใช้ความสดใหม่เรียกลูกค้า น้อยนักที่จะใช้โมเดลเดิมๆทำตลาดหลายๆ ปีเหมือนแต่ก่อน เช่นเดียวกับค่าย PEUGEOT ที่ครั้งนี้ก็ถึงเวลาที่ต้องต้องนำความเปลี่ยนแปลงมาสู่ PEUGEOT 4007 SUV ระดับการที่ออกทำตลาดตั้งแต่ปี 2006 ปรับโฉมรูปแบบโมเดลเชนจ์ในชื่อรุ่น PEUGEOT 4008 PEUGEOT 4008 ถูกวางตำแหน่งทางการตลาดให้เป็นรถรุ่นเล็กกว่า PEUGEOT 3008 และ PEUGEOT 4007 โดยใช้พื้นฐานของ MITSUBISHI ASX หรือที่รู้จักกันในตลาดสหรัฐอเมริกาในชื่อ MITSUBISHI Outlander Sport หรือ MITSUBISHI RVR ในญี่ปุ่นและแคนาดานั้นเอง เช่นเดียวกับแบรนด์ CITROEN ที่ให้แนวทางการพัฒนาในแบบเดียวกับ C4 PEUGEOT 4008 มีให้เลือก 4 รุ่น เครื่องยนต์เบ็นซิน 1.6 ลิตร 116 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 152 นิวตัน-เมตร และ 2.0 ลิตร 150 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 300 นิวตัน-เมตร มีเกียร์ธรรมดา 6 สปีดให้ใช้เท่านั้น
ที่มา www.thaicarnews.com

GPS Tracking ตามติด-ติดตามทุกความเคลื่อนไหว


ระบบ GPS เอ่ยชื่อนี้ขึ้นมาทุกคนคงร้องอ๋อ พร้อมกับถึงบางอ้อเลยทันที น้อยนักที่จะไม่มีใครรู้ว่าเจ้าระบบที่ว่านี้มันคือระบบที่นำมาประยุกต์ใช้เป็นระบบนำทาง และ ระบบติดตามหลายรูปแบบ คนยุคใหม่หัวใจอินเทรนด์ตอบรับเทคโนโลยีที่ว่านี้อย่างว่าง่ายผู้ผลิตก็ตอบสนองความต้องการแบบทันที ใช้เป็นระบบนำทางมีทั้งในมือถึอสมาร์ทโฟน ในรถยนต์ หรือซื้อหามาใช้ติดเพิ่มก็ไม่ใช้เรื่องยาก ทุกวันนี้มนุษย์เราบริโภคเทคโนโลยีเพื่อใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวันสะดวกสบายขึ้นพัฒนาแบบก้าวกระโดด ระบบไฮเทคมากมายที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ หลายอย่าเกิดขึ้นจากรากเหง้าของเทคโนโลยีตัวเดียวกัน ผ่านกาลเวลาแตกแขนงออกไปตามแต่ความต้องการใช้งาน และผู้คิดค้นระบบ…

เช่นเดียวกับระบบนำทาง GPS ซึ่งลองนึกดีๆ เราอาจจะได้ยินชื่องของ GPS แบบ Navigator และ GPS แบบ Tracking ทั้ง 2 แบบต้องพึ่งองค์ประกอบหลักอย่างเดียวกัน อยู่ในตระกูล Glpbal Positionong System หรือ GPS เหมือนกัน ซึ่งเป็นระบบกำหนดตำแหน่งบนโลก ใช้วิธีการคำนวณตำแหน่งพิกัดภูมิศาสตร์ จากค่าตำแหน่งพิกัดจากดาวเทียมที่โคจรอยู่รอบโลก
เกาะติดอย่างใกล้ชิดกับ GPS Tracking

ในวันนี้เล่าถึง GPS Tracking ก่อนก็แล้วกัน เนื่องจากเชื่อว่าคนส่วนใหญ่น่าจะพอทราบเรื่องของ Navigator มากกว่า บวกกับการเป็นประเด็นหลักที่ได้ขึ้นหัวข้อเอาไว้ จึงต้องเน้นเป็นพิเศษ ซึ่งคำว่า Tracking ถ้าแปลงตรงตัวก็คือ “การติดตาม” ดังนั้น GPS Tracking มาใช้สำหรับการติดตามสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น รถ,เรื่อ,ด็ก,คนชรา หรือสัตว์เลี้ยง โดยใส่ Option เสริมเข้าไปในตัว GPS Tracking เพื่อให้มันสามารถบอกสิ่งอื่นๆ ได้อีก นอกจากพิกัดละติจูด และลองติจูดเท่านั้น
โดย GPS Tracking ที่ใช้ในการติดตามรถยนต์เป็นที่นิยมมากที่สุดในการนำ GPS Tracking มาใช้เพื่อทำการติดตาม เพิ่ม Sensor เข้ามาเพื่อหาข้อมูลอื่นๆ ในรถที่ต้องการทราบไม่ว่าจะเป็น ปริมาณน้ำมัน, ปริมาณความร้อน, ความเร็วของรถที่วิ่งในขณะนั้นหรือแม้แต่ทิศทางในการวิ่ง และอื่นๆอีกมากมาย
รายงานสดกับ GPS Tracking On-Line

การพัฒนาระบบ GPS Tracking แบบ On-Line ไม่ต่างอะไรกับการชมการถ่ายทอดสดผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นอีกขั้นหนึ่งของเทคโนโลยีชนิดนี้เป็นการประยุกต์ใช้ระบบ GPS ร่วมกับ ระบบโครงข่ายสื่อสาร เช่น วิทยุ, SMS, รวมถึง GPRS ซึ่งเป็นการพัฒนาต่อยอดจากแบบ off-Line ทำให้ระบบ GPS Tracking แบบ On-Line
ประโยชน์ของการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี GPS Tracking
ทราบถึงสถานะต่างๆ
ทราบข้อมูลย้อนหลังของระบบยานพาหนะ
เพิ่มความปลอดภัยในการขนส่ง
วางแผนเส้นทางทำงานล่วงหน้า
ลดการทุจริต
ที่มา www.thaicarnews.com

ISUZU D-MAX ปิกอัพสำหรับคนทั้งโลก


สิ้นสุดการรอค่อยสำหรับคนทั้งโลก! กับ ISUZU D-MAX รุ่นใหม่หมด! ปิกอัพอารมณ์สปอร์ต ที่พร้อมสรรพด้วยดีไซน์ เทคโนโลยีความแข็งแกร่ง และความสะดวกสบายขั้นสูงสุดตอบทุกโจทย์ความต้องการสำหรับคนไทย ตอบทุกสไตล์ชีวิตสำหรับคนทั่วโลก…สัมผัสประสบการณ์แห่งยานยนต์อนาคต…วันนี้ ทะยานไปข้างหน้า…กับดีไซน์ที่พร้อมกำเนิดทิศทางแห่งอนาคต ISUZU D-MAX รุ่นใหม่หมด! ลูกหล่อหลอมขัดเกลาให้ทุกมุมมองแห่งการออกแบบ มาพร้อมความโฉบเฉี่ยวอารมณ์สปอร์ต พร้อมให้ผลรับที่้เป็นเยี่ยมต่อสมรรถนะ ความประหยัดน้ำมัน และสุนทรียภาพแห่งการขับขี่ ด้วยเทคโนโลยีอากาศพลศาสตร์ที่ใช้ออกแบบรถไฟหัวกระสุน…สู่ทิศทางใหม่แห่งโลกการออกแบบอย่างแท้จริง

AII-New ISUZU D-MAX Aggressive Form Exterior
สร้า่งแรงสัมผัสสุดเร้าใจสู่ทุกสายตา ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่ดุดันแบบ Aggressive From โดยใช้หลักการออกแบบ 3 Dimensional Structure เผยมัดกล้ามที่แฝงซึ่งพลัง และเส้นสายต่อเนื่องรอบคัน ให้รถแลดูมีมิติสร้างแรงดึงดูดในทุกระยะสายตาเปรียบเสมือนแม่เหล็กขนาดใหญ่ พร้อมความรู้สึกถึงการขับเคลื่อนไปข้างหน้าแม้หยุดนิ่ง ด้านหน้าดีไซน์ให้ทุกสายตาจับจ้อง Striking From View เริ่มต้องแต่ไฟหน้าที่ให้อารมณ์เกรี้ยวกราดดุดันรวมดวงตาที่มุ่งมั่นด้วยไฟแบบ Projector Free-from มิติด้านหน้าสไตล์ Cutting-edge ปราดเปรี่ยวพร้อมกระจังหน้าทรงบึกบึนสีโครเมี่ยม ที่แกร่งและหรูในเวลาเดียวกัน กันชนหน้ากลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวโดยมีไฟตัดหมอกที่วางอยู่ในกรอบเข้าไปกับชุดไฟหน้าได้อย่างดี ด้านข้างอารมณ์สปอร์ตร้อนแรงไม่ซ่ำใคร AII-New ISUZU D-MAX Comfort For The Whole World
เปิดความรู้สึกใหม่ให้โลกแห่งการขับขี่ กับมิติใหม่แห่งดีไซน์ ด้วยเส้นสายที่โอบล้อมทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ถ่ายทอดสัมผัสแห่งความหรูหรา และอบอุ่นปลอดภัยผสานแนวคิดการออกแบบสำหรับคนทั้งโลก Universal Design และเทคโนโลยีล้ำสมัยให้คุณสัมผัสอิสรภาพใหม่แห่งการเดินทางบนโลกส่วนตัวที่สมบูรณ์แบบ

AII-New ISUZU D-MAX First Class Cookpit lnterior
สัมผัสความหรูประณีตทุกครั้งที่เข้าสู่ห้องโดยสาร ISUZU D-MAX 2 ประตู ตั้งแต่คอนโซลหน้าโดดเด่นทุกรายละเอียด ISUZU D-MAXหน้าปัดแบบ Super Vision หรูหร่าเด่นชัด พร้อมหน้าจอ MID (Multi-lnformation Display) ขนาดใหญ่แสดงข้อมูลการขับขี่ เบาะหน้าโอบกระชับสไตล์สปอร์ต แบบ Bolster Seat และ Super Spacecab
ISUZU Ddi Super Commonrail ล่าสุดแห่งเทคโนโลยีที่สุดแห่งความประหยัดน้ำมัน
ปรากฎการณ์แห่งพลังขับเคลื่อนครั้งใหม่ของโลกดีเซล ล้ำหน้ากับเครื่องยนต์ “อีซูซุ ดีดีไอ ซูเปอร์คอมมอนเรล” (ISUZU Ddi Super Commonrail) เจนเนอเรชั่น 3.5 SUZU Ddi 2.5 VGS Turbo พลังงานใหม่ล่าสุด ที่สุดแห่งพลัง ขนาด 2,500 ผสานเทคโนโลยีเทอร์โบแปรผัน มาพร้อมความประหยัดเหนือระดับ เพื่อให้พลังเหลือเพียง 136 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที และแรงบิดสูงแบบต่อเนื่อง (High Flat-torque) สูงถึง 320 นิวตัน-เมตร ที่ 1,800-2,800 รอบ/นาที แรงจัดต่อเนื่องในทุกความเร็ว
ISUZU Ddi 3.0 VGS Turbo ขุมพลังสมบูรณ์แบบ ที่สุดแห่งความแรงขนาด 3,000 ซีซี. ผสานเทคโนโลยีเทอร์โบแปรผัน มาพร้อมความแรง 136 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที และแรงยิดสูงแบบต่อเนื่อง (High Flat-torque) สูงถึง 320 นิวตัน-เมตร ที่ 1,800-2,800 นอบ/นาที สำหรับชีวิตเหนือขีดจำกัดอย่างแท้จริง
ISUZU Ddi 2.5 Turbo ขุมพลังสมบูรณ์แบบ ที่สุดแห่งความประหยัดขนาด 2,500 ซีซี. ให้พลัง 116 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที และแรงบิดสูงและต่อเนื่อง (Flat-torque) สูงถึง 280 นิวตัน-เมตร ที่ 1,800-2,200 รอบ/นาที

AII-New ISUZU D-MAX ISUZU Insight
เทคโนโลยีอัจฉริยะดุจอากาศศยาน ช่วยปนะมวลผลและวิเคราะห์พฤติกรรมการขับขี ให้ผู้ขับขี่สามารรถเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพการขับขี่ให้เต็มสมรรถนะ
AII-New ISUZU D-MAX Performance For The Whole World
ออกแบบใหม่ ช่วงล่างหน้าแบบอิสระปีกนก 2 ชั้น พร้อมคอยล์สปริง ผสานกับช่วงล่างหลังแบบแหนบขนาดยาวพิเศษ

AII-New ISUZU D-MAX Shafety For The Whole World
เพียงพร้อมด้วยระบบเพื่อความปลอดภัยและคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ขับขี่ผู้โดยสาร
Active Safety ระบบความปลอดภัยป้องกันก่อนเกิดอุบัติเหตุ
ระบบเบรคสมบูรณ์แบบ หม้อลมเบรคขนาดใหญ่พิเศษ 10.5 นิ้ว พร้อม Tied-bar ตอบสนองดียิ่งกว่า ดิสก์เบรคหน้าขนาดใหญ่ 300 มม. ในรุ่น Hi-Lander พร้อมคาลิเปอร์แบบลูกสูบคู่
Passive Safety ระบบความปลอดภัยปกป้องขณะเกิดอุบัติเหตุ
โครงสร้างตัวถังแบบเหล็กกล้า High Tensile Strength Steel ความแข็งแกร่งสูงผลิตด้วยเทคโนโลยี Tailor Welded Blank

All-New ISUZU D-MAX Durability For The Whole World
ให้ความสุขแห่งการขับขี่ อยู่คู่คุณนานเท่านานกับความทนทานที่มั่นใจได้ก้วยเทคโนโลยีระดับสูง ชุดขับเคลื่อนเพลาลูกเบี้ยวด้วยเฟืองและโซ่ (Timing Gear and Chain) โครงสร้างระบายความร้อนด้วยน้ำแบบ 2 ชั้น


ที่มา www.thaicarnews.com

DAIHATSU Bego ครบเครื่องเรื่องเล็กๆ


นานๆ ทีจะออกรถสไตล์ลุยขนาดแท้มาให้สัมผัสกัน แน่นอนว่าค่ายเจ้าพ่อรถเล็กแห่งนี้ต้องมีดีอะไรให้ลูกค้าได้ลิ้มลอง ซึ่งจากที่เห็นแค่ภายนอกก็บ่งบอกได้ว่าไม่ธรรมดาและเมื่อค้นหารายละเอียดต่อไปเรื่อยๆ ถึงได้รู้ว่ารถคันนี้มีดีครบเครื่องจริงๆ แม้หน้าตาภายนอกจะใกล้เคียงดุจฝาแฝดกับตัวลุยบางรุ่นของค่ายยักษ์ใหญ่ที่ครอบคลุมกิจการของ DAIHATSU แต่ด้วยความใส่ใจในรายละเอียดของทางค่ายจึงทำให้ภายนอกนี้ดูดีน่าสนใจมากขึ้น ชุดไฟท้ายทรงสามเหลี่ยมหน้าตาดีภายในโคมเป็นโครเมี่ยมมาพร้อมฝาครอบขาวใสจึงทำให้ดูทัึนสมัยมากขึ้น กันชนที่ออกแบบชายล่างให้ดูแข็งแกร่งเช่นเดียวกับด้านหน้า ซึ่งเมื่อทั้งหมดนี้อยู่ในขนาดตัว ยาว/กว้าง/สูง 4,005/1,695/1,690 (4 WD 1,705) มม. จึงทำให้เจ้า Bego โดดเด่นกว่ารถในพิกัดเดียวกันทั้งในเมืองและนอกเมือง

ภายในบรรจุมาตรวัดค่ามาครบครันสามวงวางเรียงซ้อนกันในตำแหน่งกำลังดีมองเห็นชัด โดยซ้ายมือสุดจะเป็นมาตรวัดรอบการทำงานของเครื่องยนต์และสัญญาณไฟต่างๆ เช่น ระบบ VSC ระบบขับเคลื่อน โหมด Eco และอื่นๆ กึ่งกลางเป็นมาตรวัดความเร็วพร้อมทริปมิเตอร์ ขวาสุดเป็นมาตรวัด ระดับน้ำมันเชื้อเพลิง

ทางด้านขุมพลังไว้วางใจในเครื่องยนต์รหัส “3 SZ-VE” DOHC 4 สูบ 16 วาล์ว ปริมาตร ความจุเครื่องยนต์ 1,495 ซีซี. ความกว้างกระบอกสูบ 72.0 มม. ความยาวช่วงชัก 91.8 มม. อัตราส่วนกำลังอัด 10.0 : 1 มีเรี่ยวแรงให้ใช้งานทั้งทางเรียบและทางฝุ่น 80 กิโลวัตต์ (109 แรงม้า) ที่ 6,000 รอบต่อนาทีพร้อมด้วยแรงบิด 141 นิวตัน-เมตร (14.4 กก.-เมตร) ที่ 4,400 รอบต่อนาที ระบบส่งกำลังเป็นเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด ระบบขับเคลื่อน มีให้เลือกใช้ทั้งรุ่นขับเคลื่อนมีให้เลือกใช้ทั้งรุ่นขับเคลื่อนสองล้อหลังและแบบ 4 WD ลงสู่ล้าขนาด 16 นิ้ว ยาง 215/65 R 16
ที่มา www.thaicarnews.com

Audi 2013 เผยตัวของแฮชท์แบ็ครุ่นจิ๋ว A1 Quattro


ออดี้ เตรียมเผยรูปออฟิชเชียลของแฮทช์แบ็ครุ่นจิ๋ว A1 Quattro ใช้เครื่องยนต์ 2.0 TFSI เบนซิน 4 สูบ ไดเร็คอินเจ็คชั่น เทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 256 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 35.66 กก.-ม. ที่ 2,500-4,500 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ ขับเคลื่อน 4 ล้อ Quatttro สมรรถนะจัดจ้าน 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 5.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 245 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กินน้ำมันเฉลี่ย 11.7 กิโลเมตรต่อลิตร ระบบกันสะเทือนอิสระ 4 ล้อ ด้านหน้าแม็คเฟอร์สันสตรัต ด้านหลังมัลติลิงก์ 4 จุดยึด ระบบบังคับเลี้ยวอัตราทด 14.8:1 ผ่อนแรงด้วยระบบเพาเวอร์ไฟฟ้าไฮดรอลิก มาพร้อมระบบช่วยการทรงตัว ESP มีสวิตช์เปิด-ปิดการทำงาน ล้อแม็กลายกังหัน ได้รับแรงบันดาลใจมาจากตัวแข่งแรลลี่ในอดีต ล้อมรัดด้วยยาง 225/35 R18 ภายนอกสีขาว Glacier White เมทัลลิค ตัดกับสีดำเงาในบางจุด พร้อมชุดแอโรพาร์ทรอบคัน แตกต่างจากรุ่นพื้นฐานที่กันชนหน้าพร้อมช่องรับอากาศขนาดใหญ่ สเกิร์ตข้าง สปอยเลอร์เหนือกระจกบานท้าย และ Diffuser ที่กันชนท้าย ภายในตกแต่งสปอร์ตหรูด้วยหนังแท้สีดำ เบาะนั่งทรงสปอร์ต ขอบล่างของพวงมาลัยปาดตรง หัวเกียร์และแป้นเหยียบอะลูมิเนียม และปรับปรุงชุดมาตรวัดใหม่ รายละเอียดต่างๆ น่าจะเปิดเผยในช่วงปีหน้า ออดี้ 2013 เตรียมเผยรูปให้เห็นกัน ในรูปแบบออฟิชเชียลของแฮทช์แบ็ครุ่นจิ๋ว ที่ใช้เครื่องยนต์เบนซิน ให้กำลังแรงม้าที่สูง พร้อมกับความประหยัดน้ำมันในตัวด้วย ภายนอกตัวรถเป็นสีขาวตัดกับสีดำเงา ภายในตกแต่งด้วยความหรูหราสไตล์สปอร์ต และดูหน้านั่งมากเลยค่ะ
ที่มา www.thaicarnews.com

Chevrolet เปิดตัว Chevrolet Sonic RS 2013


Chevrolet Aveo เวอร์ชั่นอเมริกาเหนือ ที่ทำตลาดในชื่อ Chevrolet Sonic เตรียมเปิดตัวเวอร์ชั่นสปอร์ตขับสนุก เชฟโรเลต โซนิค อาร์เอส (Chevrolet Sonic RS) ในงาน ดีทรอยต์ ออโต้ โชว์ 2012 โดยจะอัพเกรดให้แบบสุดคุ้ม ทั้งภายนอก ภายใน และช่วงล่าง แม้จะใช้เครื่องยนต์เดิม 1.4 เทอร์โบ Ecotec 138 แรงม้า แต่ เชฟโรเลต การันตีความสนุกให้ด้วยการจูนอัพช่วงล่างใหม่ แม้เวอร์ชั่นปกติจะได้รับการดูแลโดยวิศวกรผู้ดูแลช่วงล่างของ Corvette มาแล้วชั้นหนึ่งก็ตาม โดยภายนอกจะเปลี่ยนใหม่ตั้งตั้งแต่กระจังหน้า ไฟตัดหมอกทรงเฉียง กระจกมองข้างดำ สปอยเลอร์หลัง ปลายท่อไอเสียโครเมียม ล้อแม็ก 17 นิ้ว 5 ก้านลายเฉพาะรุ่น ภายในเปลี่ยนเบาะคู่หน้าเป็นแบบสปอร์ต พวงมาลัย 3 ก้านสไตล์เรซซิ่งแบบ Flat-Bottom ชุดแป้นเหยียบอลูมิเนียม สีภายนอกมีให้เลือก 4 สี คือ แดง Victory, ขาว Summit, เทา Cyber Metallic และ ดำ Granite Metallic

ส่วนไฮไลท์จะอยู่ที่ช่วงล่าง ซึ่งได้รับการลดความสูงลง และเซ็ทอัพให้แข็งขึ้น เพื่อรองรับแฮนด์ลิ่งแบบสปอร์ต โดยเวอร์ชั่นปกติแรงบิดมีมาให้ตั้งแต่รอบต่ำอยู่แล้ว 20.38 กก.-ม. ที่ช่วง 1,850 – 4,900 รอบต่อนาที แต่ เชฟโรเลต ก็ยังปรับอัตราทดเกียร์ให้ใหม่ ทั้งรุ่นเกียร์ธรรมดา และอัตโนมัติ นอกจากนี้ Sonic RS จะเป็น Sonic รุ่นเดียวที่มากับดิสค์เบรค 4 ล้อ พร้อม ระบบABS และ ระบบEBD
เมื่อเทียบกับ Sonic Z-Spec ที่โชว์ตัวไปในงาน นิวยอร์ค ออโต้ โชว์ 2011 Sonic RS จะดูลงตัว และดุกว่าอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะเมื่อมองจากด้านท้าย ส่วนราคาจำหน่ายรุ่น RS ยังไม่เปิดเผย แต่หากยึดเอาราคารุ่นปกติเป็นหลัก ที่เปิดราคาเริ่มต้นออกมาเพียง 14,495 ดอลลาร์ หรือประมาณ 4.5 แสนบาท รุ่น RS จะแพงกว่านี้อีกสักนิด (1.7 หมื่นดอลลาร์สำหรับรุ่นท๊อปที่ไม่ใช่ RS) ก็ยังถือว่าเป็นรถเล็กราคาประหยัดที่น่าใช้อยู่ดี ท่านใดที่เป็นแฟน เชฟโรเลต เตรียมมาพบกันที่งานเปิดตัวที่งานมอเตอร์โชว์ 2012 (Motor Show 2012) ในต้นปีหน้า ว่าทาง เชฟโรเลตจะมีอะไรมาแนะนำให้เราได้แปลกใจกันนะค่ะ

ที่มา www.thaicarnews.com

Honda เผยโฉมสปอร์ตพลังไฟฟ้าสุดล้ำ Honda EV-Ster


Honda EV-Ster ในงานโตเกียว มอเตอร์โชว์ 2011 ที่ผ่านมา บนพื้นที่ของฮอนด้านอกจากการปรากฎตัวรถยนต์ขนาดเล็กในตระกูล N ที่สร้างความน่าสนใจให้กับบรรดานักขับคนเมืองแล้ว แบรนด์ดังแดนปลาดิบรายนี้ยังนำเสนออีกแนวคิดของการขับเคลื่อนเพื่อสร้างสุนทรีย์ในการขับขี่ภายใต้รูปแบบของสปอร์ตเปิดประทุนแห่งอนาคต ที่จะมาพร้อมกับระบบขับเคลื่อนแบบไม่ทำร้ายสิ่งแวดล้อม
ต้นแบบรุ่นนี้มีชื่อว่า EV-Ster เป็นสปอร์ตเปิดประทุนขนาดเล็กที่มาพร้อมกับรูปลักษณ์สุดโฉบเฉี่ยว ซึ่งทางฮอนด้าบอกว่าจะเป็นแม่แบบในการสร้างสรรค์รถสปอร์ตแห่งอนาคต โดยตัวรถได้รับการพัฒนาขึ้นมาภายใต้แนวคิดในการผสมผสานระหว่างสิ่งที่เรียกว่า Joy of Driving หรือความสนุกสนานในการขับขี่เข้ากับ Electromotive Mobility หรือยานยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังไฟฟ้าเข้าด้วยกันอย่างลงตัว โดยที่ไม่สูญเสียจุดเด่นด้านใดด้านหนึ่ง บนตัวถังเป็นแบบ 2 ประตูเปิดหลังคามีความยาวในระดับเล็กกว่ารถยนต์ซับคอมแพกต์ด้วยความยาว 3,570 มิลลิเมตร กว้าง 1,500 มิลลิเมตร สูงเพียง 1,100 มิลลิเมตร พร้อมระยะฐานล้อ 2,325 มิลลิเมตร โดยขับเคลื่อนในแบบล้อหลังเพื่อความสมบูรณ์แบบในการขับขี่ตามสไตล์สปอร์ตพันธุ์แท้
นอกจากนั้นเพื่อให้เกิดสัมผัสแห่งความล้ำสมัยยิ่งขึ้น ทางฮอนด้าได้ออกแบบส่วนประกอบภายในห้องโดยสารได้อย่างสุดล้ำสมัยยิ่งกว่า พวงมาลัยที่เป็นวงซึ่งเราๆ ท่านๆ คุ้นเคยกันดี ก็ถูกแทนที่ด้วยก้านบังคับแบบ Joystick ที่ฮอนด้าเรียกว่า Twin-Lever Steering ซึ่งแม้ว่าจะดูแล้วน่าจะบังคับลำบาก แต่ฮอนด้าก็ยืนยันว่า ‘ง่ายต่อการใช้งาน’ กว่าที่คิด อีกทั้งแนวคิดในการทำให้รถยนต์กับคนขับมีการปฏิสัมพันธ์หรือตอบสนองซึ่งกันและกันยังเป็นหัวใจหลักของระบบภายในตัวรถ โดยมีการออกแบบการปรับระบบการทำงานในส่วนต่างๆ ของตัวรถให้สามารถปรับเซตเพื่อเข้ากับบุคลิกและนิสัยในการใช้รถยนต์ของผู้เป็นเจ้าของได้ ทั้งในแง่ของระบบความบันเทิงภายใน ระบบกันสะเทือน หรือการตอบสนองในด้านกำลังขับเคลื่อนของมอเตอร์ไฟฟ้า

ยิ่งไปกว่านั้น บนแผงมาตรวัดยังมาพร้อมกับความล้ำสมัยแบบเต็มที่และใช้โทนสีเขียวสบายตา และมีหน้าจอขนาดเล็กที่เรียกว่า VID หรือ Vehicle Information Display ในการให้ข้อมูลในด้านต่างๆ เกี่ยวกับตัวรถ ส่วนมาตรวัดรอบเครื่องและความเร็วก็สามารถเลือกแสดงผลกราฟฟิกได้ 2 รูปแบบ
หน้าที่ในการขับเคลื่อนเป็นงานของมอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งฮอนด้าไม่ได้บอกขนาดมา แต่ทว่าตอบสนองการขับเคลื่อนในแบบล้อหลังได้เป็นอย่างดี และมีอัตราเร่ง 0-60 กิโลเมตร/ชั่วโมงใน 5 วินาที ส่วนระยะทางที่ทำได้ต่อการชาร์จ 1 ครั้งภายใต้โหมดการทดสอบของญี่ปุ่นที่เรียกว่า JC08 อยู่ที่ 160 กิโลเมตร ส่วนแบตเตอรี่เป็นแบบลิเธียมไอออนขนาด 10 kWh และผลิตกำลังออกมาสูงสุด 58 กิโลวัตต์สำหรับการชาร์จก็รอกันนานตามแบบฉบับรถยนต์พลังไฟฟ้า ซึ่งถ้าใช้ไฟแบบ 100V ก็นั่งรอได้เลย 6 ชั่วโมง และลดลงเหลือ 3 ชั่วโมง เมื่อใช้ไฟแบบ 200V ซึ่งตรงนี้ยังถือเป็นข้อจำกัดในด้านการใช้งานของรถยนต์พลังไฟฟ้า สำหรับแฟนๆของฮอนด้าคงต้องรอลุ้นว่า Honda EV-Ster จะออกมาเปิดตัึวให้ได้เห็นกันเมื่อไรนะค่ะ ว่ารถที่ไม่ได้ใช้พลังงานเชื้อเพลิงนั้นจะแรงเหมือนรถที่ใช้พลังงานเชื้อเพลิงหรือปล่าว
ที่มา www.thaicarnews.com

Mercedes Benz เผยข้อมูล Mercedes Benz SL 2013


Mercedes Benz ไม่รู้ว่าเป็นเพราะ ภาพหลุดจากโบรชัวร์ หรือเปล่า ที่ทำให้ เมอร์เซเดส เบนซ์ ตัดสินใจเผยภาพคันจริงของ เมอร์เซเดส เบนซ์ เอสแอล (Mercedes Benz SL) รุ่นใหม่ปี 2013 ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงานดีทรอยต์ มอเตอร์โชว์ มกราคมนี้
โดย SL ใหม่มีรหัส R321 เป็นรถโปรดักชั่นรุ่นแรกของ เบนซ์ ที่ ผลิตจากอะลูมิเนียมเกือบทั้งคัน รวมไปถึงช่วงล่างมัลติลิงก์ ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง น้ำหนักเบากว่ารุ่นเดิมกว่า 140 กิโลกรัม นอกจากช่วยลดน้ำหนักแล้ว การใช้อะลูมิเนียมยังช่วยเพิ่มความคล่องแคล่ว และมีแฮนด์ลิ่งที่ดีเหมาะกับการขับแบบสปอร์ตอีกด้วย Dr. Thomas Rudlaff ผู้รับผิดชอบเกี่ยวกับโครงสร้างอะลูมิเนียมของ SL รุ่นใหม่กล่าวว่า “ข้อดีของการใช้อลูมิเนียมเป็นวัสดุหลักคือ สามารถสัมผัส และมีผลอย่างชัดเจน น้ำหนักที่เบาลงหมายถึงการปรับปรุงสมรรถนะ และประสิทธิภาพ หรือพูดอีกอย่างหนึ่งว่า เป็นการเพิ่มความพึงพอใจในการขับ ไปพร้อมๆ กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม”
โดย เมอร์เซเดส เบนซ์ เวอร์ชั่นยุโรปทำตลาดด้วย 2 เครื่องยนต์เบนซินไดเร็คอินเจ็คชั่น ขับเคลื่อนล้อหลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ ส่วน SL 350 วางเครื่องยนต์ V6-3,500 ซีซี 302 แรงม้า แรงบิด 37.7 กก.-ม. กินน้ำมันเฉลี่ย 14.7 กิโลเมตรต่อลิตรนอกจากนี้ SL ใหม่ยังมีแบบ Agility Control Suspension โดยมีระบบ Active Body Control เป็นอุปกรณ์เลือกติดตั้งพิเศษ เป็นการทำงานร่วมกันของระบบพวงมาลัยแปรผันน้ำหนักตามความเร็ว ซึ่ง เบนซ์ เรียกว่า Direct-Steer เบาแรงที่ความเร็วต่ำ และแม่นยำมั่นคงมื่อใช้ความเร็วสูง สำหรับใครที่เป็นแฟนของ เมอร์เซเดส เบนซ์ ในบ้านเราอาจจะต้องลุ้น ว่ามาเมอร์เซเดส เบนซ์ เปิดตัวที่งานมอเตอร์โชว์ 2012 (Motor Show 2012) ในต้นปีหน้า หรือไม่ ซึ่งอันนี้แฟนๆ Mercedes Benz ต้องติดตามกันต่อไปนะค่ะ
ที่มา www.thaicarnews.com

Nissan พร้อมจุดประกาย นิสสัน ลีฟ


Nissan พร้อมเปิดยุคของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า “อีวี” ( EV-Electric Vehicle) เริ่มขยับใกล้ตัวเรามากขึ้น โดยหลายค่ายต่างพัฒนาโปรดักต์เพื่อรองรับสถานการณ์ในอนาคต ซึ่งมีแนวโน้มลดการพึ่งพาพลังงานจากฟอสซิล หรือทดแทนรถเครื่องยนต์สันดาปภายใน
สำหรับประเทศในยุโรป ญี่ปุ่น และอเมริกา เริ่มมีรถยนต์ อีวี ขายกันอย่างจริงจัง ซึ่งล้วนได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล ขณะที่ประเทศไทยแม้จะดูห่างไกลในแง่ของการรับรู้ และการทำตลาดแบบแมส แต่จริงๆ แล้วทั้งภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เริ่มมีการระดมสมอง พร้อมทำพิมพ์เขียวเกี่ยวกับ รถยนต์พลังงานไฟฟ้า กันบ้างแล้ว สำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า เตรียมแจ้งเกิดเป็นโปรดักต์แชมเปี้ยนตัวสามของไทย ต่อจากปิกอัพ เก๋งเล็กอีโคคาร์ ซึ่งตอนนี้ประเทศไทยอยู่ระหว่างการศึกษา และรอความพร้อมในการลงหลักปักฐานอย่างจริงจัง ขณะเดียวกันในแง่ของผู้ผลิตเริ่มสร้างการรับรู้ เกี่ยวกับยานยนต์ประเภทนี้ควบคู่กันไป
ล่าสุด บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด จัดสัมมนาหัวข้อ “รถยนต์พลังงานไฟฟ้าเพื่อความยั่งยืนของอุตสาหกรรมยานยนต์” พร้อมเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้ลองขับ “ลีฟ” (Leaf) รถอีวีรุ่นดังของนิสสัน ซึ่งไทยเป็นเพียงไม่กี่ประเทศในโลก ที่ถูกเลือกให้เริ่มต้นโครงการรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ภายใต้แผนสิ่งแวดล้อมใหม่ “นิสสัน กรีน โปรแกรม 2016” ด้านหัวใจขับเคลื่อนอย่างมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ AC 3 เฟส ให้กำลังสูงสุด 110 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 280 นิวตัน-เมตร ให้อัตราเร่งต่อเนื่อง เทียบเท่ารถยนต์ที่ใช้ เครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 3.0 ลิตร ส่วนความเร็วสูงสุดทำได้ถึง 145 กม./ชม. ทั้งนี้ นิสสัน ลีฟ จะมีอินเวอร์เตอร์ทำหน้าที่ควบคุมพลังจากมอเตอร์ไฟฟ้า รวมถึงการแปลงไฟจากกระแสตรงให้เป็นกระแสสลับ
ส่วนแบตเตอรี่แบบลิเธียม ไอออน น้ำหนักเบา ขนาดกะทัดรัด มีความจุ 24 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง ให้พลังงานมากกว่า 90 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง การชาร์จไฟจนเต็มหนึ่งครั้ง สามารถวิ่งได้ระยะทางกว่า 160 กิโลเมตร บนความเร็วเฉลี่ย 80 กม./ชม. ขณะที่รูชาร์จไฟจะติดตั้งอยู่บริเวณฝากระโปรงหน้า โดยใช้เวลาประมาณ 8 ชั่วโมง หลังจากไฟเตือนให้ชาร์จแบตเตอรี่ สำหรับการชาร์จไฟ 200 โวลต์ แบบการชาร์จปกติ และสามารถชาร์จเก็บได้ถึง 80% ภายใน 30 นาที ในแบบควิกชาร์จ (ถ้าใช้ควิกชาร์จบ่อยๆ แบตเตอรี่จะเสื่อมเร็ว)

สำหรับท่านใดที่รอการมาของ นิสัน ลีฟ นะค่ะก็คงต้องอดใจรอกันอีกไม่นานแล้วที่จะได้ รถยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่าง นิสสัน ลีฟ ไว้ใช้งานกันนะค่ะ
ที่มา www.thaicarnews.com

เลกซัสพร้อมส่งตระกูล GS ใหม่รุกตลาดเก๋งหรูปีหน้ามาแน่


เลกซัส พร้อมส่ง GS ล่งสังเวียนตลาดหรูขนาดกลาง เพิ่มคู่แข่งสดใหม่อีกราย เมื่อ “เลกซัส ประเทศไทย” เตรียมนำเข้าเก๋งโฉมใหม่ตระกูล “จีเอส” ท้าชนกับคู่แข่งที่ปรับโฉมไปก่อนแล้ว ไม่ว่าจะเป็น เมอร์เซเดส-เบนซ์ อี-คลาส และ บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์5 โดยเดือนกุมภาพันธ์ 2555 ที่จะถึงนี้ วางคิวส่งรุ่น จีเอส250 เครื่องยนต์ 2.5 ลิตร 215 แรงม้า เคาะราคาประมาณ 3.8-4.2 ล้านบาท ขณะที่ จีเอส350 ขนาด 3.5 ลิตร 306 แรงม้า ตามมาขย่มซ้ำในเวลาไล่เลี่ยกัน หรือไม่เกินงาน บางกอกฯ มอเตอร์โชว์ 2012 ราคาสูงสุดประมาณ 5 ล้านบาทต้นๆ จากเดิมรุ่น จีเอส300 ราคาแตะ 6 ล้านบาท เรียกว่างานนี้เลกซัสเปิดหน้าแลกหมัดกับคู่แข่งที่เป็นรถประกอบในประเทศแบบเต็มๆ ด้านรุ่นไฮบริด “จีเอส450เอช” ยังไม่อยู่แผนบุกตลาดระยะแรก คาดจะตามภายหลังในช่วงปลายปี หลังจากโฉมใหม่ของเลกซัส จีเอส ได้เผยโฉมในสหรัฐอเมริกา และล่าสุดในงานโตเกียว มอเตอร์โชว์ 2011 ซึ่งได้มีการเปิดตัวจีเอสซีรี่ส์ครบทั้ง 3 โมเดล ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์เบนซิน รุ่น จีเอส250 (GS250), จีเอส350 (GS350) และรุ่นไฮบริด เลกซัส จีเอส450เอช (GS450h) นั่นหมายความว่าเก๋งหรูขนาดกลางตระกูล “จีเอส” พร้อมที่จะรุกตลาดทั่วโลก และนั่นรวมถึงประเทศไทย

จากรายงานข่าว เลกซัส ประเทศไทยเตรียมจะนำเข้า เลกซัส จีเอส มาเผยโฉมในงานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2011 เพียงแต่สถานการณ์ปัญหาน้ำท่วม ทำให้บรรยากาศไม่เหมาะสม จึงขยับกำหนดเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2555 โดยเบื้องต้นจะทำตลาด 2 รุ่น คือ เลกซัส จีเอส250 และจีเอส350 ส่วนรุ่นไฮบริด จีเอส450เอช ยังไม่อยู่ในแผนช่วงแรกนี้ ซึ่งน่าจะมาในช่วงปลายปีเป็นลำดับต่อไปเลกซัสมาพร้อมความหรูหราของตระกูล GS ที่มาพร้อมรุกตลาดของรถเก๋งหรู ที่จะเปิดตัว GS 250 กับ GS 350 ที่พร้อมจะเปิดตัวในเมืองไทย ปีหน้าแน่นอน
ที่มา www.thaicarnews.com

ALL NEW TOYOTA CAMRY 2012 หรูหรามาตรฐานความปลอดภัยเหนือระดับ


ALL NEW TOYOTA CAMRY 2012 โฉมใหม่หรูหรามาตรฐานความปลอดภัยเหนือระดับ พร้อมระบบความปลอดภัยมาตรฐานที่โตโยต้าพัฒนารูปแบบความปลอดภัยเพิ่มมากขึ้น ซึ่งแคมรี่ตัวใหม่เวอร์ชั่นแดนมังกรนี้มีขนาดใหญ่กว่าโฉมปัจจุบัน ในขณะที่ระยะฐานล้อมีความยาวเท่าเดิม รูปทรงโดยรวมยังคงไว้ซึ่งความแข็งแกร่งบึกบึน โดยโตโยต้า แคมรี่ 2012 มีมิติตัวถังที่ใหญ่ขึ้นกว่าโฉมปัจจุบัน โดยได้รับการออกแบบและพัฒนารูปลักษณ์ผ่านกระจังหน้าโครเมี่ยมขนาดใหญ่ ให้ความสปอร์ตเต็มพิกัด แต่ยังคงความหรูหราตามความต้องการของตลาดในประเทศแถบเอเซีย สอดรับเข้ากับไฟหน้าที่ดีไซน์ถึงแก้ม แต่ดูต่างจากที่เคยเห็นมา ด้านข้างรถเน้นความเรียบง่ายไม่หวือหวา และบั้นท้ายที่ลงตัวและทันสมัยมากยิ่งขึ้น พร้อมกับไฟท้ายที่อาจจะเคยมองผ่านๆ ว่าไม่สวยงาม แต่รุ่นใหม่นี้ดูดีขึ้นมาก ระบบส่งกำลังอัตโนมัติจะถูกอัพเกรดจากแบบ 5 สปีด ไปเป็นแบบ 6 สปีด แต่สเปคต่างๆ เหล่านี้จะมีการยืนยันอีกครั้ง เมื่อมีการเปิดตัว ALL NEW TOYOTA CAMRY 2012 อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ว่าจะถอดแบบมาจากประเทศจีนมากน้อยเพียงไร โดยในช่วงแรกของการทำตลาดในประเทศจีนจะมีเครื่องยนต์ทางเลือก 2 รุ่นคือ รุ่นเครื่องยนต์รหัส 1AZ ขนาดความจุกระบอกสูบ 1,998 มิลลิเมตร กำลัง 146 แรงม้า ซึ่งใช้ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว หุ้มด้วยยางขนาด 215/60 R16 อีกรุ่นหนึ่งก็คือเครื่องยนต์รหัส 5AR ซึ่งมาแทนที่รหัส 2AZ ขนาด 2.4 ลิตร ขนาดความจุกระบอกสูบ 2,494 ซีซี กำลังสูงสุด 181แรงม้า น้ำหนักตัวรถอยู่ที่ 1,525 กิโลกรัม ใช้ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว หุ้มด้วยยางขนาด 215/55 R17 แต่ทั้งหมดนี้คือข้อมูลที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุดในขณะนี้ ซึ่งโตโยต้า แคมรี่ 2012 รุ่นนี้ดูหรูหรากว่าเดิม ไม่ใช่เพราะว่าการดีไซน์ที่ต่างออกไปเท่านั้น แต่หน้าตาที่ดูละม้ายคล้ายคลึงกับ Lexus LS ทำให้ซีดานขนาดกลางรุ่นนี้ดูดี ยกระดับขึ้นมาทันตาเห็น ทั้งนี้ Toyota Camry 2012 น่าจะบุกตลาดในไทยอย่างแน่นอน แต่จะเข้ามาปีหน้าเลยหรือเปล่านั้น ต้องติดตามดูกันอีกทีครับ ซึ่งคุณสามารถเป็นเจ้าของ ALL NEW TOYOTA CAMRY 2012 โฉมใหม่ได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูม TOYOTA ทั่วประเทศครับ
ที่มา www.thaicarnews.com

FORD FOCUS 2012 สปอร์ตสมใจ เร่งได้แรงเกินใครในทุกสภาพพื้นถนน


FORD FOCUS 2012 โฉมใหม่ สวยสปอร์ตสมใจ เร่งได้แรงเกินใครในทุกสภาพพื้นถนน ระบบความปลอดภัยใหม่ในฟอร์ด โฟกัสเป็นระบบไฟฉุกเฉินติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน โดยระบบไฟฉุกเฉินจะทำงานอัตโนมัติทุกครั้ง เมื่อมีการเหยียบเบรกกะทันหันและจะทำหน้าที่ในการช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดความเสียหาย จากการชนทางด้านหลังขณะเบรกกะทันหัน ด้วยเทคโนโลยีล้ำยุคของฟอร์ดที่ออกแบบเครื่องยนต์ดูราทอร์ค เทอร์โบ ดีเซล คอมมอลเรล TDCi ขนาด 2.0 ลิตร ให้ความแรงเหนือใครด้วยพลังสูงสุด 136 แรงม้า จึงส่งผลโดยตรงให้อัตราเร่งและการตอบสนองที่ดีเยี่ยม ทำให้ผู้ขับขี่สนุกสนานกับสมรรถนะที่เร้าใจ อีกทั้งยังประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงอีกด้วย ฟอร์ด โฟกัส 2012 ขับสนุกด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด และระบบ Sequential Sports Shift ที่ให้คุณสามารถเลือกขับขี่ได้ทั้งแบบอัตโนมัติปกติ หรือสไตล์สปอร์ตเช่นเดียวกับเกียร์ธรรมดา ที่ตอบสนองการขับขี่ทุกรูปแบบตามความต้องการได้อย่างดีเยี่ยม พร้อมระบบกันสะเทือนหน้าแบบแม็คเฟอร์สันสตรัท และระบบกันสะเทือนอิสระด้านหลังแบบ Control Blade Multi-Link ที่ช่วยให้ล้อหลังแต่ละล้อเป็นอิสระต่อกัน ทำให้สามารถรับมือกับถนนที่ขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อได้อย่างอิสระ นอกจากนี้ฟอร์ดยังติดตั้งระบบควบคุมเสถียรภาพแบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่รักษาเสถียรภาพของรถยนต์ในช่วงเวลาคับขันได้ดียิ่งขึ้น โดยมีเซ็นเซอร์หลายตัวที่คอยวัดความเสถียรของเครื่องยนต์และตอบสนองต่อเสถียรภาพของรถที่ลดลง โดยการเข้าบังคับระบบเบรก ช่วยเบรกในแต่ละล้อ และลดกำลังที่เครื่องยนต์ส่งออกมา เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถต่อไปได้อย่างมั่นคง รวมทั้งซับเฟรมส่วนหน้าที่ช่วยเพิ่มสมดุลให้กับฟอร์ด โฟกัส 2012 ได้อย่างลงตัวและสมบูรณ์แบบ ซึ่งคุณสามารถเป็นเจ้าของ FORD FOCUS 2012 โฉมใหม่ในราคาเริ่มต้นที่ 809,000 บาท ได้แล้ววันนี้ ที่โชว์รูม FORD ทั่วประเทศครับ
ที่มา www.thaicarnews.com

ALL NEW HONDA CRV 2012 หรูเกินใคร สปอร์ตเร้าใจทุกอารมณ์


ALL NEW HONDA CRV 2012 หรูเกินใคร สปอร์ตเร้าใจทุกอารมณ์ โดยได้รับการปรับปรุงเรื่องความเงียบในห้องโดยสาร ลดความสั่นสะเทือนเป็นพิเศษด้วยชุดช่วงล่างน้ำหนักเบา ให้การขับขี่ที่นุ่มนวล และประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มมากขึ้น ถึงแม้ว่าจะมีการปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ภายนอก แต่ฮอนด้าก็สัญญาว่าพื้นที่ในห้องโดยสารยังคงกว้างขวาง สะดวกสบายเหมือนเดิม ซึ่งฮอนด้า ซีอาร์วีใหม่นี้มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 2.4 ลิตร 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว i-VTEC กำลังสูงสุด 185 แรงม้า ส่งกำลังขับเคลื่อนด้วยเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด พร้อม Grade Logic Control ที่ช่วยปรับรูปแบบการเปลี่ยนเกียร์ให้เหมาะสมกับสภาพความลาดชันของถนนได้อย่างดีเยี่ยม เพื่อคงความรู้สึกที่นุ่มนวล กว้างขวาง สะดวกสบาย และให้ประสิทธิภาพในการทรงตัวที่ดี ALL NEW HONDA CRV 2012 จึงเพิ่มระบบ Hill Start Assist ช่วยออกตัวบนทางชัน ระบบเบรก ABS 4 ล้อ พร้อมระบบช่วยควบคุมการทรงตัว VSA ให้คุณรู้สึกปลอดภัยในทุกการเดินทางเป็น 2 เท่า ประหยัดมากกว่าเดิมอีกด้วย รูปลักษณ์โดยรวมของฮอนด้า ซีอาร์วี ใหม่นี้ยังคงรูปเหมือน CRV CONCEPT โดยแนวกันชนหน้าจะต่ำลงเชื่อมกับกระจังหน้าใหม่ 3 เส้นนอน เมื่อไล่ไปถึงแนวกระจกหน้าที่ลาดเอียง จะช่วยเสริมประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์ดีขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้อุปกรณ์มาตรฐานยังมีเทคโนโลยี Eco Assist ช่วยให้ผู้ขับประเมินลักษณะการขับ เพื่อการประหยัดเชื้อเพลิง ซึ่งมีหัวใจหลักอย่างโหมดสุดประหยัด ECON Mode ช่วยปรับการตอบสนองของคันเร่งอย่างลงตัว ซึ่งทางฮอนด้าเน้นความปลอดภัยจากการชนทางด้านหน้าโดยเฉพาะ และเอกลักษณ์ที่โดดเด่น เป็นหน้าเป็นตาอย่างไฟท้ายทรงตั้งที่ล้อแนวเสาหลัง ได้รับการปรับปรุงให้มีความสปอร์ตยิ่งขึ้นไปอีก ส่วนประตูบานท้ายยังคงเหมือนรุ่นเดิม คือเป็นแบบชิ้นเดียวเปิดขึ้นทั้งบาน ยางอะไหล่ซ่อนเอาไว้ใต้พื้นห้องสัมภาระ ระบบปรับอากาศ และครูสคอนโทรลได้รับการปรับให้เหมาะสมกับการขับขี่ที่ต้องการความประหยัดเป็นหลักครับ คุณสามารถสัมผัสประสบการณ์จริงของ ALL NEW HONDA CRV 2012 ได้แล้ววันนี้ พร้อมรับสิทธิพิเศษมากมายที่โชว์รูมและตัวแทนจำหน่ายฮอนด้าทั่วประเทศ
ที่มา www.thaicarnews.com

ALL NEW NISSAN ALMERA 2011 สัมผัสความสะดวกสบายและทันสมัยได้อย่างลงตัว


ALL NEW NISSAN ALMERA 2011 ติดตั้งระบบ Idling stop ตัดการทำงานของเครื่องยนต์อัตโนมัติ เมื่อรถจอดหยุดนิ่ง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งระบบอัจฉริยะที่ช่วยให้ประหยัดน้ำมัน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น พร้อมระบบความปลอดภัยมาตรฐานสากล ระบบเบรก ABS ทำงานร่วมกับระบบกระจายแรงเบรก ที่ช่วยลดระยะและเพิ่มความสามารถในการควบคุมรถ เมื่อต้องเบรกกะทันหัน เพิ่มฟังก์ชั่นความปลอดภัยด้วยเข็มขัดนิรภัย 3 จุด 2 ตำแหน่งด้านหน้า และถุงลมนิรภัยคู่หน้า ช่วยลดการบาดเจ็บเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้น ถือเป็น ECO CAR 4 ประตูรุ่นแรกในประเทศไทย มาพร้อมกับเครื่องยนต์เริ่มต้นที่ขนาด 1.2 ลิตร เป็นเครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ ให้กำลังสูงสุด 79 แรงม้า โดย ALMERA ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้เทคโนโลยี PURE DRIVE ของนิสสัน ที่มีส่วนช่วยในการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงขึ้นอีกระดับ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพิ่มมากขึ้น ด้วยน้ำหนักตัวรุ่น S เกียร์ธรรมดา เพียง 962 กิโลกรัมเท่านั้น จึงช่วยลดภาระการทำงานของเครื่องยนต์ ส่งผลให้ประหยัดน้ำมันมากยิ่งขึ้น พร้อมพื้นที่ความจุสัมภาระด้านท้ายที่กว้างสะดวกสบาย และห้องโดยสารที่หรูหรา สิ่งอำนวยความสะดวกภายในที่พรั่งพร้อม ทำให้อัลเมร่าเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่ประหยัด และน่าจับตามองมากที่สุดในเวลานี้เลยก็ว่าได้ นิสสัน อัลเมร่า เป็นการผสมผสานการออกแบบดีไซน์ระหว่างความหรูหรา และความประหยัดได้อย่างลงตัว สมบูรณ์แบบมากที่สุด โดยภายนอกมีรูปทรงที่ให้ความรู้สึกหรูหรา ภายในมอบสัมผัสของความสะดวกสบายและทันสมัย มีพื้นที่ใช้สอยภายในกว้างขวางเกินคาด ที่มาพร้อมกับพวงมาลัย 3 ก้าน พร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียง หน้าปัดเรืองแสงแบบ Fine Vision Meter พร้อมจอ Multi Display ให้ข้อมูลการขับขี่ และอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ถูกต้องแม่นยำ ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ ระบบกุญแจอัจฉริยะ พร้อมปุ่มเปิดฝากระโปรงท้ายรถด้วยรีโมท และปุ่ม Push Start สะดวกสบายในการสตาร์ท ดับเครื่องยนต์ และล็อกรถได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส ไม่ต้องใช้กุญแจอีกด้วยครับ คุณสามารถสัมผัสประสบการณ์จริงของ ALL NEW NISSAN ALMERA 2011 ได้แล้ววันนี้ พร้อมรับสิทธิพิเศษมากมายที่โชว์รูมและตัวแทนจำหน่ายนิสสันทั่วประเทศ


ที่มา www.thaicarnews.com

HONDA CITY 2012 โดดเด่น ด้วยรูปลักษณ์สปอร์ตลงตัวอย่างมีสไตล์


HONDA CITY 2012 โดดเด่น ด้วยรูปลักษณ์สปอร์ตลงตัวอย่างมีสไตล์ เป็นรถยนต์คันแรกของประเทศไทย ที่เข้าหลักเกณฑ์นโยบายการรับเงินช่วยเหลือรถยนต์คันแรกของรัฐบาลได้สูงสุด 100,000 บาท อีกด้วยครับ HONDA CITY รุ่นใหม่ล่าสุดนี้ ติดตั้งเครื่องยนต์ i-VTEC ขนาด 1.5 ลิตร ส่งกำลังสูงสุด 120 แรงม้า ที่มาพร้อมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด ภายในห้องโดยสารกว้างขวางสามารถรองรับผู้โดยสาร 5 คนได้อย่างสบาย ห้องเก็บสัมภาระด้านท้ายมีความจุถึง 506 ลิตร กว้างขวางเพียงพอในการบรรทุกสิ่งของที่มีขนาดใหญ่ และสัมภาระรูปทรงต่างๆ ได้ตามความต้องการเพิ่มการยึดเกาะถนนเป็นเยี่ยมด้วยระบบกันสะเทือนด้านหน้าแบบแม็กเฟอร์สัน สตรัท อิสระพร้อมเหล็กกันโคลง และระบบกันสะเทือนด้านหลังแบบ H-Shape พร้อมเหล็กกันโคลง ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมบังคับรถได้ดีขึ้นและให้ความนุ่มนวลที่มั่นคงในทุกสภาพถนน นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์ที่เป็นมิตรกับผู้ใช้ เพื่อให้ตระหนักถึงการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง คือไฟแสดงผลการขับขี่แบบประหยัด ECO Indicator ที่จะสว่างขึ้นโดยอัตโนมัติเมื่อขับขี่ในเกณฑ์ประหยัดน้ำมัน ทำให้ทราบถึงรูปแบบการขับขี่ที่จะเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงอีกด้วยครับ เรียกได้ว่าครบเครื่องในคันเดียวจริงๆ สำหรับ HONDA CITY 2012 ใหม่คันนี้ คุ้มเกินคุ้ม ด้วยรูปลักษณ์สปอร์ตลงตัวอย่างมีสไตล์ มาพร้อมกับกระจังหน้าใหม่ กันชนหน้าหลังใหม่ ไฟท้ายดีไซน์ใหม่ และล้ออัลลอยใหม่ดีไซน์สปอร์ต ช่วยเสริมภาพลักษณ์ความสปอร์ตมากยิ่งขึ้น การออกแบบทั้งภายในและภายนอกที่ช่วยให้ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ มีความสปอร์ตและสง่างามยิ่งขึ้น พร้อมให้ประสบการณ์ในการขับขี่ที่จะสร้างความภาคภูมิใจให้กับเจ้าของรถ ด้วยคอนโซลหน้าตกแต่งด้วยโครเมี่ยม เพิ่มความทันสมัยให้แก่ห้องโดยสาร มาตรวัดเรืองแสงเพิ่มความล้ำสมัยให้แก่ห้องโดยสาร อีกทั้งยังให้ความโดดเด่น ง่ายต่อการมองเห็นอีกด้วย เบาะนั่งลายใหม่ดีไซน์สปอร์ต ที่ผู้โดยสารสามารถสัมผัสถึงความกว้างขวาง สะดวกสบายภายในห้องโดยสาร ด้วยเบาะนั่งที่ผลิตจากผ้าลายใหม่ดีไซน์สปอร์ต เร้าใจยิ่งกว่าเดิมครับ
ที่มา www.thaicarnews.com

HONDA JAZZ 2012 เท่ ทันสมัย ปลอดภัยในทุกการเดินทาง


HONDA JAZZ 2012 เท่ ทันสมัย ปลอดภัยในทุกการเดินทาง ภายในห้องโดยสารจะพบแดชบอร์ดสีเงินเมทัลลิคเข้มที่เข้ามาทดแทนแบบเดิม ซึ่งเป็นสีเทาและดำ นอกนั้นยังมีการใช้หน้ากากสีโครเมี่ยมในส่วนจอแสดงผลและปุ่มควบคุมอุปกรณ์ภายใน ที่ครอบคลุมไปถึงคอนโซลหน้าบริเวณเหนือที่เก็บของฝั่งผู้โดยสารด้านหน้า พวงมาลัยมาพร้อมปุ่มควบคุมชุดเครื่องเสียง ส่วนเบาะนั่งหุ้มด้วยวัสดุผ้าแบบใหม่ สำหรับรุ่นที่มาพร้อมระบบนำทางที่มีฟังก์ชั่นสั่งการด้วยเสียง ก็จะมีระบบ Bluetooth HandsFreeLink ติดเพิ่มมาอีกด้วย ซึ่งในฮอนด้า แจ๊ส ทุกรุ่นจะมีขุมพลังเป็นเครื่องยนต์ 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร ส่งกำลังสูงสุด 117 แรงม้า และมีครอบกระจกมองข้างสีเดียวกับตัวถัง ฝาครอบล้อแบบใหม่ โดยทุกรุ่นจะมาพร้อมที่วางแก้วน้ำดีไซน์ใหม่ บริเวณส่วนของคอนโซลกลาง รวมถึงไฟแอมเบียนท์ที่คอนโซลด้วย นอกจากนั้นยังมีการบุด้วยฉนวนกันเสียงรบกวนในส่วนของพื้นรถ บังโคลนหน้า เสา A รวมถึงกระจกมุมด้านหน้าติดกับเสา A อีกด้วยครับ เรียกได้ว่าฮฮนด้าส่งความสปอร์ตมากับแจ๊สรุ่นใหม่นี้เต็มๆ เลยก็ว่าได้ครับ ส่วนในเรื่องของความปลอดภัยก็ไม่ต้องห่วงครับ เพราะความปลอดภัยในรถทุกรุ่นของทาง HONDA เขาการันตีว่าปลอดภัยหายห่วง อีกทั้งยังเน้นในเรื่องของความประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมด้วย มาพร้อมกับรูปทรงกะทัดรัด เหมาะสำหรับวัยรุ่นที่รักการเดินทางเพราะฮอนด้า แจ๊ส รุ่นนี้ ได้รับการออกแบบและปรับเปลี่ยนดีไซน์ใหม่ทั้งภายในและภายนอกให้ดูสปอร์ต ลงตัวมากยิ่งขึ้น ให้เหมาะกับคนทุกเพศ ทุกวัย โดยเฉพาะวัยรุ่นที่ชอบความเท่ ทันสมัย รวดเร็ว ว่องไว และปลอดภัยในการเดินทาง นอกจากนี้ HONDA JAZZ ยังได้รับการอัพเกรดในส่วนของกระจังหน้าและกันชน กระเปาะไฟหน้าเป็นสีดำ ล้ออัลลอยเป็นสีดำตัดเงินครับ คุณสามารถสัมผัสประสบการณ์จริงของ HONDA JAZZ 2012 ได้แล้ววันนี้ พร้อมรับสิทธิพิเศษมากมายที่โชว์รูมและตัวแทนจำหน่ายฮอนด้าทั่วประเทศ
ที่มา www.thaicarnews.com