Advertisment

วันพฤหัสบดีที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ใหญ่ หน่า ซ่าส์เต็มที่ไปกับ 2009 YAMAHA V Max VMX17


เมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้มีโอการควบเจ้า YAMAHA V Max VMX17 ขึ้นอีสานบอกได้คำเดียวว่าสุดยอดมากจริงๆ อย่างนี้สมแล้วที่ได้ฉายาว่า ใหญ่ หนา และซ่าได้เต็มที่ครับ ความเร็วนี่บิดได้เต็มที่เพราะเครื่องยนต์ได้รับการพัฒนาต่อยอดอย่างเต็มที่และเปลี่ยนจากการจ่ายน้ำมันด้วยคาร์บูเรเตอร์มาเป็นแบบหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์แทน ความแม่นยำในการปรับตั้งจึงง่ายราวกับพลิกฝ่ามือ ซึ่งแม้ว่าการวิภาคของรถจะไม่รองรับกับทางโค้ง แต่ถ้าเป็นทางตรงๆ น่ะรถสปอร์ตบางตัวผมแซงได้เรียบ

YAMAHA V Max VMX17 รูปทรงภายนอกที่เห็นก็ทำให้รับรู้ถึงแรงม้าสัญชาติญีปุ่นตัวโหดอย่างไม่ต้องสงสัย ล้ำยุคด้วยไฟหน้าดีไซน์เก๋ที่ตวัดสายโดยอิงเรื่องของหลักอากาศพลศาสตร์เป็นหลัก แผงหน้าปัดมาแบบลูกเดียวเดี่ยวๆ ในสไตล์รถสปอร์ตทางตรง เสริมด้วยสัญญาณไฟเปลี่ยนเกียร์ยามที่กดคันเร่งรีดแรงม้าออกมาซ่าแบบเต็มๆ หน้าปัดสีดำบอกรายละเอียดของรอบเครื่องยนต์จาก ศูนย์ ไปจนถึง 11,000 รอบต่อนาที แสดง Red Line ที่ 9,500 จนถึง 11,000 รอบต่อนาที ในรูปแบบอนาล็อกและประมวลผลความเร็วด้วยระบบดิจิตอลที่วัดจากวงหน้าล้อก่อนยิงข้อมูลมาให้เห็นเป็นตัวเลข สัญญาณไฟบอกเกียร์ว่าง การเติมน้ำมัน ไฟเลี้ยว ไฟสูง ถูกบรรจุอยู่ในรูปแบบตัว U ใต้หน้าปัดโชว์ผลความเร็วเครื่องยนต์ นอกจากนั้นยังมีการแสดงผลแบบดิจิตอลที่ชุดครอบหม้อกรองอีกด้วย นับว่าเป็นหน้าปัดที่ใช้อารมณ์ใกล้เคียงกับตัวแรงตัวแข่งทางตรงชนิด 402 เมตรจริง
กรองอากาศรอบอยู่ที่ในที่ที่เราคิดว่าเป็นถังน้ำมัน ขนาบด้วยช่อดูดอากาศอารมณ์โหดดิบ จำนวน 4 รู เพื่อบรรจุอากาศลงไปในหม้อกรองรอดึงไปใช้ในการจุดระเบิด ใต้เบาะใบหนาลูกผสมครูซเซอร์และสปอร์ตมีถังน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าไป บังโคลนหน้า และหลังดูเหมือนจะไม่มีอะไรมาก แต่มันเป็นการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ บังโคลนหน้าทำหน้าที่รีดมวลอากาศให้ไหลผ่านไปบำบัดความร้อนจากหม้อน้ำ ส่วนบังโคลนหลังสไตร์ตูดเป็ดหรือ Duck Tail การออกแบบชนิดนี้ใช้กับรถที่มีแรงม้าสูงๆ แรงบิดหนักๆ เพื่อกดให้ท้ายรถมีความนิ่งเวลากระแทกคันเร่ง เสริมด้วยเอกลักษณ์เฉพาะรุ่นที่น้อยคนนักจะรู้ได้ นั่นก็คือชุดครอบใต้เบาะที่แปะโลโก้รุ่นเอาไว้ หากไม่มีสองชิ้นี้ถือว่ามาไม่ครบ

ทางด้านของสถรรถนะเครื่องยนต์ YAMAHA V Max VMX17 ไม่เป็นรองใครในตองอู (หมายถึงรถทางตรงนะ) เนื่องจากเป็นรถที่ออกแบบมาโดยใช้ความเป็นครูซเซอร์เป็นหลัก หากจะเอามาพลิกพลิ้วแล่นฉิวไปตามทางโค้ง อาจต้องใช้ทักษะการบังคับรถมากกว่าเดิมเล็กน้อย เนื่องจากน้ำหนักมากและมุมคอรถเบนออกมามากกว่ารถทั่วไป

ตัวเครื่องทำงานแบบ 4 จังหวะ 4 ลูกสูบ (V-4) ขนาดความจุสุทธิ 1,679 ซีซี. ระบายความร้อนด้วยหม้อน้ำ 2 ใบ (บน-ล่าง) ปิด-เปิดวาล์วทั้งหมดด้วยเพลาลูกเบี้ยวแบบคู่เหนือฝาสูบกระบอกสูบกว้าง 90.0 มม. ผสานกับระยะชักที่ 66.0 มม. กำลังอัดภายในเครื่ืองยนต์ 11.3:1 แปรผันจากกำลังในการจุดระเบิดมาเป็นแรงม้าด้วยเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และส่งต่อกำลังทั้งหมดไปยังชุดเพลาขับ ซึ่งมีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพมากในการส่งถ่ายกำลังแต่จะให้มีความยืดหยุ่นแบบของ BMW คงเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากรถครูซเซอร์ไม่มีความจำเป็นต้องมีการยืดหยุ่นในส่วนของสวิงอาร์มมากขนาดนั้น

สมรรถนะของ YAMAHA V Max VMX17 ก็มาแบบโหดเร็วแรงกว่ารุ่นก่อนๆ อัตราการตอบสนองคันเร่งปราดเปรียวราวกับรถสปอร์ต ในระยะเกียร์ที่ 1,2,3 แรง G อาจจะทำให้เรารู้สึกได้ถึงพลังที่แท้จริงอย่างชัดเจนที่สุด ส่วนเกียร์ที่ 4-5 ก็แสดงให้เห็นถึงสมรรถนะของความเป็นเครื่องยนต์แบบ V-4 ได้ดี เพียงแต่จะใช้กำลังจากเครื่องยนต์ได้สมบูรณ์ที่สุดก็ต้องมีทางตรงยาวๆ ให้วิ่ง แรงบิดในการขับขี่ขึ้น ลงทางลาดชันหรือขุนเขานั้น YAMAHA V Max VMX17 สามารถทำได้ดีอย่างไม่มีที่ติ แต่เมืี่อถึงทางโค้งแคบๆ แบบต่อเนื่องก็จำเป็นต้องลดคันเร่งและใช้ทักษะในการควบคุมรถให้ผ่านไป เนื่องจากกายวิภาคของรถนั้นไม่ได้เป็นแบบรถสปอร์ต

โช็คอัพเทเลสโคปิคขนาด 52 มม. ผิวแกนเคลือบด้วย DLC สำดำมันวาว สามารถปรับตั้งได้อย่างเต็มรูปแบบ (ตามฉบับครูซเซอร์) มีระยะยุบตัวในการทำงาน 120 มม. ซับแรงก่อนส่งขึ้นมาถึงมือผู้ขับขี่ได้พอประมาณ ด้านหลังเป็นโช็คอัพเดี่ยวขนาดใหญ่ ปรับตั้งได้และมีระยะในการทำงานถึง 110 มม. อาจมองว่าเป็นระยะยุบตัวที่น้อยมาก แต่นั่นคือหลักในการออกแบบรถครูซเซอร์ ปิดท้ายด้วยห้ามล้อ "เบรก" V Maxใช้จานเบรกแบบกึ่งให้ตัวได้ขนาด 320 มม. ขนาบอยู่ข้างดุมล้อทั้งซ้ายและขวาพึ่งพาการจับจานจากคาลิเปอร์ 6 ลูกสูบ ซึ่งติดตั้งแบบเรเดียลเมาท์ ตัวคาลิเปอร์เป็นโมโนบล็อก ทำให้มีประสิทธิภาพสูงในการกำราบแรงม้า ใช้ผลิตภัณฑ์ระดับเทพอย่าง Brembo จึงมั่นใจได้ในสมรรถนะ ด้านหลังเป็นจากเบรกตายตัว 298 มม. ใหญ่ไล่เลี่ยกับจานเบรกหน้า คาลิเปอร์ใช้ลูกสูบเดี่ยวไซส์โต ช่วยหยุดได้ดีกว่าเดิม ยิ่งใช้ร่วมกับเบรกหน้าก็ทำให้ระยะในการเบรกนั้นลดลงมาอีกเยอะ
ที่มา www.motorbike.in.th

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น